เมื่อผู้ใหญ่คิดอย่างเด็ก...กับความสุขที่กลับคืนมา

thumb: 
Thai

เคยไหม...ตอนเด็กอยากรีบโตเป็นผู้ใหญ่ พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็อยากกลับไปเป็นเด็ก ด้วยค้นพบว่าการโตเป็นผู้ใหญ่นั้นมันไม่ง่าย เพราะต้องแลกมากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต เช่น ความเจ็บปวดจากเรื่องที่ผิดหวัง ความเหนื่อยล้ากับอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน และความโศกเศร้าที่ต้องพบเจอกับการสูญเสีย จึงต้องซ่อนความเป็นเด็กเอาไว้ข้างใน และแสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมา เช่น การเก็บความรู้สึก การไม่ทำในสิ่งที่อยากทำ เพราะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นความเครียดในที่สุด ทำให้บางครั้งต้องคอยถามตัวเองว่า “ตอนเด็ก ๆ นั้นเราเคยมีความสุขมากแค่ไหน” ดังนั้นเราต้องยอมรับและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วลองหาความสุขจากการเปลี่ยนความคิดแบบผู้ใหญ่มาคิดแบบเด็กดูอีกสักครั้ง...

ตื่นเต้นกับเรื่องรอบตัว
    จงตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งที่สนใจเพียงเล็กน้อยในชีวิต จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในการทำสิ่งต่าง ๆ  เพราะความพลุกพล่านที่อยู่ในตัวเองจะช่วยลบความรู้สึกเฉย ๆ หรือการอยู่นิ่ง ๆ รวมถึงความน่าเบื่อออกไปจากชีวิตได้ เช่น การไปร้านหนังสือแล้วซื้อหนังสือใหม่มาอ่าน การไปร้านอาหารแล้วมีเมนูโปรดที่ไม่ได้ทานมานาน หรือการได้ลองออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำ 

ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
    เมื่อมีอายุมากขึ้นหลายคนปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้ เพราะเชื่อว่ามีประสบการณ์มากพอแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า...เมื่อไหร่ที่เราหยุดเรียนรู้ เมื่อนั้นจะทำให้เราตามไม่ทันโลกทันที ดังนั้นเราต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและตลอดชีวิต และอย่าคิดว่าการเรียนหรือว่าการศึกษานั้น จะอยู่ที่ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว เพราะการเรียนรู้จริง ๆ มันอยู่ที่สิ่งต่าง ๆ ที่เราพบเจอมาจากการใช้ชีวิตหรือหลังจากเรียนจบมาแล้ว 

 มองเรื่องจริงจังเป็นเรื่องสนุก
    แค่ลองเปลี่ยนความคิด...ชีวิตก็แฮปปี้ ดังนั้นลองทำเรื่องจริงจังให้เป็นเรื่องสนุกดูสักครั้ง จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียดจนสมองจะแตก เช่น เลิกคิดว่างานที่กองอยู่ตรงหน้ามันยาก และเกินความสามารถที่เราจะทำได้ แต่ให้คิดว่างานนั้นท้าทายความสามารถเราจัง เราก็จะสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ จนบางครั้งสนุกมากจนหัวเราะออกมาก็จะช่วยลดความเครียด ทำให้เกิดการเรียนรู้และจดจำมากขึ้นอีกด้วย 

ร้องไห้แปบเดียวเดี๋ยวก็หาย
    ตอนเด็กเราร้องไห้แค่แปบเดียวเดี๋ยวก็ลืม...แต่ตอนโตเป็นผู้ใหญ่เรากับจำฝังใจ จนบางครั้งเราปล่อยให้ความผิดหวังเกาะกุมหัวใจจนไม่อยากทำอะไรต่อไป นั่นจะทำให้เราไม่มีความสุขกับทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นลองเปลี่ยนไปร้องไห้เหมือนตอนเด็ก ๆ ดูอีกสักครั้ง เมื่อร้องไห้จบก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ โดยมองว่าความผิดหวังจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตก้าวต่อไป อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ช่างมัน ปล่อยผ่าน แล้วทำวันใหม่ให้ดีขึ้น

    เมื่อเราโตขึ้นความสุข รอยยิ้ม หรือแม้แต่เสียงหัวเราะในวัยเด็ก ถูกปกปิดเอาไว้ข้างในจิตใจ ด้วยคำว่า “หน้ากาก” เพื่อความเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะเรียกความรู้สึกแบบนั้นกลับคืนมา เพราะเพียงแค่เรากลับไปคิดแบบเด็ก ๆ มองโลกในแบบเด็ก ๆ เมื่อมีปัญหาก็อย่าแบกมันเอาไว้ รู้จักที่จะเรียนรู้ แก้ไข และอยู่อย่างมีความสุข ถ้ามีใครที่คอยอยู่เคียงข้างยามเราไม่สบายใจหรือเจ็บป่วย ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกอุ่นใจด้วยเช่นกัน ดังนั้นให้ประกันสุขภาพจากแมนูไลฟ์ ประกันชีวิต Max Kids หรือ ฟินชัวรันส์ ช่วยดูแลสิค่ะไม่ว่าจะเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ ก็คอยช่วยดูแล อยู่เคียงข้างไม่หายไปไหน